ฟุตบอลประเพณีจุฬาฯ-ธรรมศาสตร์


แสดงเมื่อ วันที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2553 เวลา 10:00:55

 

imagesCASG4LR5.jpg

แรกมีในเมืองไทยเกี่ยวกับฟุตบอลประเพณีจุฬาฯ ธรรมศาสตร์
[ สวัสดิ์ จงกล ]

เพื่อให้ลูกหลานจุฬาฯ ทราบว่าในอดีต จะมีนิสิตจุฬาฯ โดยเฉพาะประธานเชียร์กับคณะกรรมการเชียร์จะคิดและทำสิ่งที่เกิดขึ้นใหม่ให้มีการแข่งขันและการเชียร์สนุกสนานตลอดจนเกิดความคิดสร้างสรรค์ ขอยกตัวอย่างมาเล่าให้ฟังดังนี้

1. การเดิน parade จากจุฬาฯ ไปสนามกีฬาแห่งชาติ
หัจญี ประยูร วทาญกุล นิสิตคณะอักษรศาสตร์เป็นผู้ริเริ่ม หัวขบวนจะเริ่มที่หน้าตึกขาวของคณะวิทยาศาสตร์ เมื่อพร้อมแล้วจึงเดินไป ออกที่ประตูหน้าสระน้ำ เลี้ยวขวาเข้าถนนพญาไท เลี้ยวซ้ายที่สี่แยกปทุมวัน เลี้ยวซ้ายเข้าสนามกีฬา ขณะเดิน parade ก็จะร้องเพลงเชียร์ไปด้วย หัจญี ประยูร เขียนบทความไว้ (ผู้เขียนมี 1 ฉบับยังหาไม่เจอ ถ้าพบจะส่งให้สาราณียกรเผยแพร่ต่อไป) หัจญี ประยูร เขียนไว้ว่ากว่าจะจัดการเรื่องนี้เสร็จ ต้องเหน็ดเหนื่อยกับการซ้อมเดิน และทำความเข้าใจแก่อาจารย์และนิสิตเพราะมีคนไม่เห็นด้วยอยู่ไม่น้อย เมื่อเสร็จจากการแข่งขันฟุตบอลแล้ว เป็นที่พอใจแก่ชาวจุฬาฯ และเสียงสังคมชมเชยว่าเข้าใจคิด เข้าใจทำ แสดงความสมัครสมานสามัคคีได้ดี หัจญี ประยูร และคณะปลื้มใจหายเหนื่อย จากนั้นมาการเดิน parade ของกองเชียร์ก็จัดเป็นประจำทุกปีสืบมา



2. การเดิน parade กลับและกินข้าวห่อที่สนามหน้าเสาธง
ผู้ที่ริเริ่มคือพี่ประเทือง (พลเรือตรี ประเทือง คงฤทธิ์) ประธานเชียร์เป็นผู้ดำเนินงาน เมื่อ พ.ศ. 2492 ครั้งนี้มีการแห่คบเพลิงเดินออกสนามกีฬาฯ ประตูใหญ่ข้างซ้าย เดินเลี้ยวถนนพระรามสี่ ถึงสี่แยกเจริญผล เลี้ยวซ้ายตรงถนนบรรทัดทอง ถึงสี่แยกมหานาค เลี้ยวซ้ายเข้าถนนพระรามสี่ ถึงสี่แยกสามย่าน เลี้ยวซ้ายเข้าถนนพญาไท เข้าจุฬาฯ กินข้าวเย็นแล้วแยกย้ายกันกลับ ส่วนใหญ่จะร้องเพลงเดินจุฬาฯ สลับกับ boom และเพลงอื่นตามแต่จะอยากร้อง
ก่อนการเดินแห่คบเพลิงกองเชียร์ธรรมศาสตร์เข้าใจผิดคิดว่านิสิตจะใช้กระบอกไม้ไผ่ ทำร้ายบางรายใจร้อนก็เล่นงานกองเชียร์ของเรา โชคดีที่พี่ประเทืองและคณะคาดการณ์ล่วงหน้าได้ถูกต้อง จึงได้ประสานงานแจ้งประธานเชียร์ธรรมศาสตร์ไว้ล่วงหน้า แต่คนจำนวนหนึ่งก็เข้าใจผิดจึงตุ๊บตั๊บพวกเราเล็กน้อย พี่ประเทืองและคณะคิดแผนสำรองล่วงหน้าด้วยการจัดนิสิตชายที่แข็งแรงพร้อมที่จะป้องกันกองเชียร์ของเราระวังทางด้านขวาของขบวน parade ผู้เขียนโชคดีมากที่พี่ ๆ เลือกให้เป็นคนหนึ่งในจำนวนที่คอยป้องกันไม่ให้พวกเราโดนทำร้ายจากความเข้าใจผิด แม้จะเป็นน้องใหม่ก็ตาม โชคดีที่ผู้เขียนไม่ได้รับการแสดงตุ๊บตั๊บจากชาวท่าพระจันทร์ เพราะคาดการณ์ไว้และเตรียมพร้อมตลอดเวลา
ประเพณีสืบต่อมา จนกลายเป็นการผลัดกันเป็นเจ้าภาพระหว่างเรากับธรรมศาสตร์ เดิน parade พร้อมกันแล้วรับประทานอาหารเย็นพร้อมกันที่ “บ้านเจ้าภาพ” จนถึงปัจจุบัน

3. การแปรอักษรที่อัฒจันทร์เชียร์
เรื่องการแปรอักษรที่อัฒจันทร์เชียร์นั้น รศ.ดร.สุรพล สุดารา เคยเขียนไว้ว่า คุณพ่อของท่านได้ริเริ่มให้นักเรียนโรงเรียนอัสสัมชัญชูแผ่นกระดาษสีขาว สีแดงเป็นอักษร AC หรือ อสช. ระหว่างเชียร์กีฬาของโรงเรียนอัสสัมชัญ แต่สำหรับนิสิตจุฬาฯนั้นได้ริเริ่มเป็นการแปลอักษร เริ่มจากปี พ.ศ. 2492 พี่ประเทืองเป็นประธานเชียร์ ได้ให้นิสิตวิศวกรรมศาสตร์ใส่เสื้อยืดคอกลมสีกรมท่า ถือแผ่นกระดาษวงกลมสีขาวข้างหนึ่ง น้ำเงินข้างหนึ่ง นิสิตคณะอื่นใส่เสื้อยืดคอกลมสีชมพู (ตั้งเตากระทะใบใหญ่หลายใบ ย้อมสีกันที่สามแยก ถนนรอบหอประชุมถัดกับถนนฝั่งสนามม้าไปเชื่อมกับถนนพญาไท
สาระบางประการเกี่ยวกับฟุตบอลประเพณี จุฬาฯ – ธรรมศาสตร์

สาราณียกร ขอร้องให้ผลเล่าให้ฟังเกี่ยวกับ การร้อง boom balaka เพราะปัจจุบันนิสิตไม่ค่อยเชียร์ boom balaka แต่จะร้อง boom baka จึงขอนึกย้อนอดีตและเล่าให้นิสิตรุ่นลูกหลานทราบดังนี้
boom balaka เป็นการเชียร์ เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจแก่นักกีฬาก่อนลงสนามแข่งขัน หรือ เริ่มเชียร์ของกองเชียร์ เป็นการประยุกต์ธรรมเนียมของ wave cry ของฝรั่ง เรื่องนี้ไม่ใช่เมืองไทยไม่มีในอดีตนักรบไทยจะมีพิธีตัดไม้ข่มนาม เป็นพิธีเรียกขวัญ กำลังใจและสร้างความฮึกเหิมให้เกิดแก่กำลังพลที่เข้าประจัญบานข้าศึก เสร็จพิธีแล้วจะมีการโห่ 3 ลา เป็นการเอาฤกษ์เอาชัย จากนั้นการศึกจึงเริ่มขึ้น
นิสิตจุฬาฯ ใช้ boom balaka ดังกล่าวข้างต้น แทนที่จะเป็นพิธีตัดไม้ข่มนามและโห่ 3 ลา เท่าที่ทราบไม่มีคำแปลสำหรับ boom balaka แต่เสียงสั้นสลับยาว จำนวนคำแต่ละวลีไม่ยาว ผลของการร้องเชียร์แบบนี้จึงดังกึกก้อง เพราะเสียงสั้นสลับเสียงยาวจึงได้ผลมาก ในสมัยผู้เขียนเป็นน้องใหม่ ก่อนการแข่งขันในตอนเช้าจะมีนิสิตจำนวนหนึ่ง นั่งรถยนต์ส่วนบุคคลหรือรถกระบะเล็กร้องเพลงเชียร์ทั่วกรุงเทพฯ เป็นการประชาสัมพันธ์ให้ชาวกรุงเทพและปริมณฑลทราบว่าวันนี้จะมีการแข่งขันฟุตบอลประเพณี จุฬาฯ - ธรรมศาสตร์ หลังการแข่งขันหากมีการเดินกลับเป็นกลุ่มก็จะมีคนร้องเพลงเชียร์อย่างสนุกสนาน ไม่ว่าผลการแข่งขันจะแพ้ชนะ นิสิตจุฬาฯ ก็ยังร่าเริงแจ่มใส ชาวบ้านจะพูดว่าเพลงเชียร์ไพเราะดี เสียง boom นี่ฟังไม่รู้เรื่อง แต่ดังสนั่นดี ส่วนการ boom ที่สนามกีฬาแห่งชาติที่ ประทุมวัน ไม่มีข้อสงสัยเลย เสียง boom ดังที่สุดสมัยก่อนนักศึกษาที่เรียนเต็มเวลามีน้อยเวลาร้องเพลงเชียร์ธรรมศาสตร์ จึงไม่ค่อยดัง นิสิตเรามีจำนวนมากกว่าจึงเสียงดังกว่า แต่ boom เมื่อไรเสียงจะดังมาก
ผู้เขียนไม่ทราบว่าใครเป็นคนคิด boom balaka แต่ทราบว่าวิธีการเชียร์นั้นศาสตราจารย์ หลวงวาจวิทยาวัฒน์ อาจารย์คณะแพทยศาสตร์เป็นผู้ริเริ่มในการแข่งขันกีฬาระหว่างคณะ มีภาพ ”อาจารย์คุณหลวง” เป็น cheer leader เอง เมื่อวิธีการแพร่หลายทุกคณะแล้วท่านอาจารย์คุณหลวงก็นั่งดูการแข่งขันเพียงอย่างเดียว เพราะมีนิสิตเป็นผู้กำกับการร้องเพลงเชียร์อยู่แล้ว
boom baka ไม่ทราบว่าเกิดขึ้นเมื่อไร ใครเป็นผู้แต่ง แต่เคยอ่านคำอธิบายว่า baka bowo ฯลฯ มีคำแปลซึ่งผู้อธิบายบอกว่าเป็นคำสำคัญในศาสนาคริสต์ เรื่องนี้ผู้เขียนไม่ทราบ แต่ขอร้อง boom balaka มากกว่าเพราะเหตุผลดังกล่าวข้างต้น
 

 
 
 

ประวัติความเป็นมา


บริการ


ข้อมูลอื่น ๆ

ประวัติจุฬาฯ


ข้อมูลจุฬาฯ ที่น่าสนใจ