ถาม: เหตุใดจุฬาฯ จึงใช้สีชมพูเป็นสีประจำมหาวิทยาลัย และใช้มาตั้งแต่เริ่มก่อตั้งหรือไม่ ถ้าไม่ใช่ ใช้สีใด และเพราะเหตุใดจึงใช้สีนั้น ?


ปรับปรุงล่าสุด วันที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2553 เวลา 08:51:50
ตอบ:

เดิมทีบุรพสถาบันของจุฬาฯ คือโรงเรียนมหาดเล็กใช้สีบานเย็นเป็นสีประจำมหาวิทยาลัย เนื่องจากเป็นสีที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวพระราชทานให้แก่กรมมหาดเล็ก ในการนี้พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้นักเรียนโรงเรียนมหาดเล็กแต่งเครื่องแบบนักเรียนโรงเรียนราชสำนัก ซึ่งมีอินทรธนูเป็นสีบานเย็น อันเป็นสีของกรมมหาดเล็ก สีบานเย็นจึงเป็นสีประจำสถาบัน ต่อมาเมื่อมีการแข่งขันฟุตบอลประเพณีจุฬา ฯ–ธรรมศาสตร์ ครั้งแรก คณะกรรมการสโมสรนิสิตจุฬาฯ จึงพิจารณาสีที่จะใช้ในการแข่งขัน ศาตราจารย์ ม.ร.ว. สุมนชาติ สวัสดิกุล เมื่อครั้งยังเป็นนิสิตและนายกสโมสรนิสิตฯ ได้เสนอว่า ชื่อของมหาวิทยาลัย คือ พระนามาภิไธยเดิมของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวและทรงมีพระบรมราชสมภพในวันอังคาร จึงได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ใช้สีชมพูเป็นสีประจำพระองค์ คณะกรรมการสโมสรนิสิตฯ จึงเห็นสมควรอัญเชิญสีประจำพระองค์เป็นสีประจำมหาวิทยาลัย เพื่อเป็นเกียรติและสิริมงคล มหาวิทยาลัยจึงใช้สีชมพูเป็นสีประจำมหาวิทยาลัยตลอด

ศาสตราจารย์ ม.ร.ว. สุมนชาติ สวัสดิกุล ได้เคยเล่าให้นิสิตคณะอักษรศาสตร์ฟังว่า ราวก่อนปี พ.ศ. ๒๔๗๗ ประมาณ ๒ สัปดาห์ก่อนจะถึงวันที่ ๒๓ ตุลาคมของทุกปีนั้น สำนักพระราชวังจะนำผ้าแพรสีชมพูมาผูกไว้ที่ประตูใหญ่หน้าสระน้ำ เพื่อเป็นการเตือนนิสิตว่าใกล้จะถึงงานใหญ่ประจำปีแล้ว นอกจากนั้น ในเวลาพระราชทานปริญญาบัตร รางวัลที่มอบให้นิสิตจะใช้ริบบิ้นสีชมพู ปริญญาบัตรจะผูกด้วยริบบิ้นสีชมพู เงินรางวัลก็เอาผ้าแพรสีชมพูห่อไว้เช่นกัน นั่นคือที่มาที่ทำให้ศาสตราจารย์ ม.ร.ว. สุมนชาติ สวัสดิกุล เมื่อครั้งเป็นนิสิตและเป็นนายกสโมสรนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และเป็นผู้หนึ่งที่ริเริ่มจัดแข่งขันฟุตบอลจุฬาฯ – ธรรมศาสตร์ นึกขึ้นมาและเสนอให้ใช้สีชมพูเป็นสีเสื้อนักกีฬาและใช้ผ้าแพรสีชมพูโบกส่งกำลังใจให้นักกีฬาระหว่างแข่งขัน รวมทั้งใช้โบกแก่ประชาชนทั่วไปที่ “เชียร์” จุฬาฯ

 

 
 
 

ประวัติความเป็นมา


บริการ


ข้อมูลอื่น ๆ

ประวัติจุฬาฯ


ข้อมูลจุฬาฯ ที่น่าสนใจ