ความเป็นมา


ปรับปรุงล่าสุด วันที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2553 เวลา 16:23:39

รูปภาพ1.jpg  12 ตึกบรม 5.jpg

ก่อนการจัดตั้งเป็นหอประวัติจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

          ในการจัดงานฉลอง 50 ปี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ 26 มีนาคม พ.ศ.2510 มหาวิทยาลัยได้มอบหมายให้ ศาสตราจารย์รอง ศยามานนท์ รองอธิการบดี ฝ่ายปกครองและคณบดีคณะอักษรศาสตร์ รวบรวมเอกสารและสิ่งของที่มีคุณค่าต่อประวัติจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยขึ้น ในครั้งนั้นได้จัดทำหุ่นจำลองขนาดเล็กแสดงวิวัฒนาการเครื่องแบบนิสิตจุฬาฯ ไว้ 1 ชุด รวมทั้งเอกสารสำคัญของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยไว้จำนวนหนึ่ง ในปี พ.ศ. 2529 ศาสตราจารย์ ดร.เกษม สุวรรณกุล อธิการบดีได้มอบให้รองศาสตราจารย์ บุญวัฒน์     วีสกุล พิจารณาเรื่องการรวบรวมเอกสารและสิ่งของที่มีคุณค่าต่อประวัติจุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย อีกครั้ง ในครั้งนั้นได้มีการจัดตั้งโครงการรวบรวมข้อมูลประวัติจุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัยพร้อมกับแต่งตั้งคณะกรรมการรวบรวมข้อมูลฯ ขึ้นคณะหนึ่ง มีรองศาสตราจารย์ บุญวัฒน์ วีสกุล เป็นประธาน

          เมื่อได้รวบรวมเอกสารและสิ่งของจำนวนหนึ่ง มหาวิทยาลัยจึงจัดตั้งโครงการรวบรวมและแสดงประวัติจุฬาฯ และแต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินการดังกล่าวขึ้นคณะหนึ่ง มีรองศาสตราจารย์บุญวัฒน์ วีสกุล เป็นประธาน ต่อมามหาวิทยาลัยได้จัดตั้งโครงการหอประวัติจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยขึ้นมีคณะ กรรมการรับผิดชอบดำเนินการ และมี รองศาสตราจารย์ อำพน นะมาตร์ เป็นประธาน

โครงการจัดตั้งหอประวัติจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

          จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยอนุมัติเงินผลประโยชน์จำนวน 2.5 ล้านบาท เพื่อปรับปรุงตึกจักรพงษ์ ซึ่งเคยใช้เป็นสโมสรนิสิตและองค์การบริหารนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (อบจ.) เพื่อจัดตั้งเป็นหอประวัติจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในการนี้มหาวิทยาลัยได้แต่งตั้งคณะกรรมการเตรียมการจัดตั้งหอประวัติ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยขึ้นมี รองศาสตราจารย์ อำพน นะมาตร์ เป็นประธาน

           เมื่อการซ่อมแซมตึกจักรพงษ์ เสร็จเรียบร้อยและจัดแสดงนิทรรศการประจำแสดงประวัติจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กับห้องเก็บเอกสารประวัติจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และห้องทำงาน มหาวิทยาลัยได้กราบบังคมทูลสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินมาเป็นองค์ประธานพิธีเปิดหอประวัติจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2531

           ส่วนห้องด้านทิศใต้ของอาคารหอประวัติจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจัดให้ เป็นฝ่ายจดหมายเหตุประวัติจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งมีเอกสารและวัตถุที่มีคุณค่าต่อประวัติจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเป็นจำนวน มากอาจทำให้อาคารไม่สามารถรองรับน้ำหนักได้ใน พ.ศ. 2542 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจึงอนุญาตให้ใช้สถานที่ ชั้น 15 อาคารบรมราชกุมารี เป็นสำนักงานห้องจดหมายเหตุ เก็บเอกสารและวัตถุมีค่าต่อประวัติจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ดังนั้นหอประวัติจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จึงมีสถานที่ทำงานแยกเป็น 2 แห่งคือที่ ตึกจักรพงษ์ ซึ่งเป็นที่ตั้งของสำนักงานและพิพิธภัณฑ์ และที่ ชั้น 15 อาคารบรมราชกุมารี ซึ่งใช้เป็น ห้องจดหมายเหตุ จัดเก็บและให้บริการเอกสารของฝ่ายจดหมายเหตุหอประวัติจุฬาฯ ตั้งแต่นั้นมา

 
 
 

ประวัติความเป็นมา


บริการ


ข้อมูลอื่น ๆ

ประวัติจุฬาฯ


ข้อมูลจุฬาฯ ที่น่าสนใจ